หน้าแรก 
 ประวัติวัดกลางบางแก้ว 
 ประวัติเจ้าอาวาส 
พระพุทธวิถีนายก (บุญ)
พระพุทธวิถีนายก (เพิ่ม)
หลวงปู่เจือ ปิยสีโล (เจือ)
พระครูสถิตบุญเขต
 สถานที่สำคัญภายในวัด 
หอพระไตรปิฎก
พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีฯ
อุโสถวัดกลางบางแก้ว
 กระดานสนทนา 
 แผนที่วัด 
ข่าวสารกิจกรรม
สมาชิก
   
ͼ :
ʼҹ :
ѤҪԡ |
 
   
ӹǹҪ
เบี้ยแก้

ในช่วงปลายอายุหลวงปู่เพิ่ม  หลวงปู่เพิ่มได้เรียก  “ พระอาจารย์ใบ ”  และ  “ หลวงปู่เจือ ”  ขึ้นไปพบพร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียน  เพื่อถ่ายทอดวิชาเบี้ยแก้และวิชาบางประการให้ทั้งสองรูป  แล้วกระซิบบอกว่า  ถ้าท่านไม่อยู่แล้ว  วิชาเบี้ยแก้ จะ ได้ไม่สูญไปจากวัดกลางบางแก้ว  แล้วพูดว่า  “ ให้ใบทำก่อน ”หมายถึงให้พระอาจารย์ใบทำก่อนเหมือนมีความหมายแฝงเอาไว้ในอนาคต  เพราะหลังจากหลวงปู่เพิ่มมรณภาพพระอาจารย์ใบก็ทำเบี้ยแก้ได้ประมาณ  1  ปี พระอาจารย์ใบก็มรณภาพจากนั้น “ อาจารย์เซ็ง ” ก็ทำเบี้ยอยู่ได้อีกไม่นานก็มรณภาพจึงถึงวาระของ  “ หลวงปู่เจือ ”     “ หลวงปู่เพิ่ม ” เหมือนจะรู้ว่าใครจะต้องทำก่อนทำหลัง  ท่านจึงสั่งไว้เช่นนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา  “ หลวงปู่เจือ ”  ทำเบี้ยแก้ไว้มากมายมากกว่าทุกหลวงปู่ของวัดกลางบางแก้วรวมกันทั้งหมด

เบี้ยแก้ของหลวงปู่เจือได้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง  แต่ละปีหลวงปู่เจือได้ทำเบี้ยแก้ออกไปนับหมื่นตัว  หากจะพิจารณาแล้วเบี้ยแก้ของหลวงปู่เจือที่ผ่านมาได้ประสบการณ์เล่าลือสืบ ต่อกันไปทั่วทุกสารทิศ  ผู้คนจรดเหนือจรดใต้เดินทางมาเอาเบี้ยแก้จากท่าน  ปริมาณหอยเบี้ยแก้ที่ต้องนำมาทำเบี้ยแก้มากมายมหาศาล  “ หอยเบี้ยแก้ ”  วัตถุดิบสำคัญเหล่านั้นมาจากทะเลแถบอันดามัน  ลูกศิษย์พากันไปกว้านซื้อมาครั้งละหลายกระสอบ  จนมีคนกล่าวว่า  “ แทบจะหมดจากทะเลอันดามัน ”  เรียกว่าหอยเกิดไม่ทัน  แต่ละวัน  “ หลวงปู่เจือ ”  ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำเบี้ยแก้  ตั้งแต่หัวค่ำไปจนใกล้รุ่งจึงได้จำวัด  บางวันมีคนมาคุยอยู่จนดึกดื่นไม่ยอมกลับ  ท่านก็ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องทำเบี้ยตอนดึก  กว่าจะเสร็จก็สว่างคาตา  เพราะตอนเจ้าจะมีลูกศิษย์ชาวบ้าน  จะคอยรับเบี้ยแก้ที่ท่านกรอกเสร็จแล้วเอาไปถักหุ้มใส่ห่วงและลงรัก  ค่าจ้างถักเบี้ยตัวละ  50  บาท  ท่านต้องทนทำเพื่อให้ชาวบ้านเหล่านี้มีรายได้ค่าถักเบี้ย  บางคนถักได้วันละ  10  ตัว  ก็มีรายได้  500  บาท 

ถ้าท่านทำน้อยก็ไม่พอแบ่งให้คนไปถัก  และไม่พอให้คนที่เดินทางไหลมาขอเบี้ยแก้จากท่าน  รวม ๆ แล้ว “ เบี้ยแก้ ”  ที่ท่านให้ทำบุญนั้น  ราคา  400  บาท  แทบจะไม่เหลืออะไร  เพราะค่าปรอท  ค่าหอยเบี้ย  ค่าห่วง  ค่าถัก  บางทีก็ขาดทุนมากมาย  เพราะบางคนมาขอท่าน  10  ตัว  ถวายไว้  100  บาท  ท่านก็ไม่ว่าอะไรก็ให้ไปด้วยความเมตตา  ด้วยความเต็มใจ  ไม่เคยปริปากบ่นหรืออารมณ์เสียอย่างไร  ลูกศิษย์ที่มาพบเห็นเคยถามท่าน  ท่านบอกว่าให้เขาไปเถอะ  เพราะเขาอยากได้ไว้ป้องกันตัว  เหตุการณ์นี้มีเสมอ  หรือมีแทบทุกวันก็ว่าได้  แต่หลวงปู่เจือท่านบำเพ็ญบารมีไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้“ หลวงปู่เจือ ”  ท่านให้อย่างเดียวจนลูกศิษย์หลายคนบอกว่า  “ ท่านคือโพธิสัตว์แห่งวัดกลางบางแก้ว ”

“ เบี้ยแก้ ”  เป็นวัตถุมงคลของหลวงปู่เจือที่เป็นเอกลักษณ์ของท่าน  ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านเบี้ยแก้อย่างน้อยวันละ  50  ตัว  ปีหนึ่งมากกว่า  18,000  ตัว  ถึง  พ.ศ. นี้  เบี้ยแก้ของหลวงปู่เจือน่าจะมี  นับแสนตัว  เอกลักษณ์ที่สำคัญคือ  ถักด้วยเชือกหุ้มและลงรักที่ทำแบบต่าง ๆ  ก็มีอีกจำนวนหนึ่ง  เมื่อคราวทำบุญอายุ  80  ปี และตลอดปีต่อมาเพื่อให้มีลักษณะเฉพาะ  จึงได้ มีการตอกโค้ด  ไว้ที่ห่วงสองข้าง  ข้างละ  1  ตัว  เป็นลักษณะโค้ด  “ นะขึ้นยอด ”  และ  “ จ.จานขึ้นยอด ”  สร้างเป็นห่วงทองคำ  80  ตัว  ห่วงเงิน  200  ตัว  ห่วงทองแดงประมาณ  30,000  ตัว  หลังจากนั้นก็ไม่ตอกโค้ดอีก  เนื่องจากโค้ดที่ตอกชำรุดเสียหาย  หากจะไปแกะใหม่ก็คงไม่เหมือนเดิม  จะทำให้มีความสับสนเกิดขึ้น  จึงได้ยุติการตอกโค้ดไว้แค่นั้น

“ เบี้ยแก้  ” ของหลวงปู่เจือ  ปิยสีโล  นับว่าเป็นมงคลวัตถุที่ท่านทำมาที่สุด  และเผยแพร่ไปมากที่สุด  อาจกล่าวได้ว่า  “ หลวงปู่เจือ ”  เป็นเถระที่สร้าง  “ เบี้ยแก้ ”  มากที่สุดในประเทศไทยก็ ว่าได้  นับถึงวันนี้  “ เบี้ยแก้ ”  ของท่านสร้างไปแล้วไม่น้อยกว่า  300,000  ตัว  เพราะปีหนึ่งท่านสร้างหมื่นตัว  ทุวันท่านจะต้องสร้างเบี้ยแก้อย่างน้อย  50  ตัวทุกวัน  เพื่อให้เพียงพอแก่คนที่ไปขอเบี้ยแก้อย่างน้อย  50  ตัวทุกวัน  เพื่อแก้ให้เพียงพอแก่คนที่ไปขอเบี้ยแก้จากท่าน  ลองเอา  50  คูณ  365  วัน  เข้าไป  18,250  คือเป็นอย่างน้อยในแต่ละปี  และท่านปฏิบัติเช่นนี้มาตั้งแต่ปี  พ.ศ.2532  ถึง  พ.ศ.  นี้ก็  18  ปีเข้าไปแล้ว  คราวนี้ลองเอา  18  คูณ  18,250  เข้าไปแล้วจะได้ตัวเลข  328,500  ตัว  ในบรรดาสามแสนกว่าคนที่นำไปบูชาสักการะนี้ไม่ใช่ธรรมดาปากต่อปากที่บอกต่อ ๆ  กันไป  ถึงประสบการณ์และอภินิหารที่เกิดขึ้น  ทำให้กิตติคุณ  “ เบี้ยแก้ ”  ของหลวงปู่เจือแผ่ขยายกว้างขวางออกไปทุกทีถึงวันนี้วันละอย่างน้อย  50  ตัวก็จะหมด  แค่ไม่เกิน  10.00  น.  ของแต่ละวัน  หมดแล้วก็ต้องรอวันใหม่  เพราะท่านก็ทำได้เต็มที่แค่นั้นเอง  ต้องกรอกปรอทเองทุกตัว  ต้องจารทุกตัว  ภารกินนี้ของท่านจะเสร็จสิ้นไม่น้อยกว่า  03.00  น.  ของวันใหม่  ไหนจะรับแขก  ไหนจะรับนิมนต์ไปงานปลุกเสกพระ  เฉพาะปี  2549  ลองไปเปิดสมุดเสกพระ   ปรากฏว่ามีจำนวนปีเดียวท่านไปพุทธาภิเษก  จำนวนถึง  91  วัด  เฉลี่ยแทบจะวันเว้นวัน  บางวันกลับมาจากเสกพระตีหนึ่งตีสองต้องมากรอกเบี้ย  จารเบี้ย  เพราะท่านบอกว่าเกรงใจคนมาไกลแล้วไม่ได้  “ นี่แหละคืออภินิหารเตตาบารมีของหลวงปู่เจือของจริง ”
 
หากจะถามว่า อภินิหารเบี้ยแก้มีมากน้อยแค่ไหน  ก็ขอสรุปว่า  ดูจากผู้คนที่ทยอยไปเอากันไม่หยุดหย่อนนั่นแหละเป็นเครื่องชี้ชัดมิเช่นนั้น เขาจะเอากันไปทำไม  จากคำบอกเล่าได้แค่ฟังไว้ไม่ได้บันทึกชื่อตำบลหนแห่งเอาไว้  เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำหนังสือหรือโฆษณาอะไร  แค่นี้หลวงปู่เจือท่านก็รับไม่ไหวอยู่แล้ว  เอาเป็นว่าประสบการณ์อภินิหารนั้นมีแน่ทุกทางแคล้วคลาดปลอดภัย  เมตตามหานิยม  ป้องกันคุณไสยต่าง ๆ  มีครบเครื่อง  ดูจากอิทธิคุณที่ระบุบ่งบอกไว้ในตำรำ  ดังนี้

กันถูกกระทำย่ำยี  กันคุณผี  คุณไสยเวทอาถรรพ์  ยาสั่ง  ฝังรูปฝังรอย  ผีเข้าเจ้าสิงมิลงเลย  กันไข้ป่าสารพัดผีป่า  โป่ง  โป้ง  ผีเปิ่ง  ผีปองกองกอย  พาให้ผิดท่าหลงทาง  เข้าสิงให้วิกลจริตพลุ่งพล่านเฉียบพลันอยากตายด้วยอัตวินิบาตกรรม  ผูกคอล่อพิษ  โดดน้ำ  ลุยไฟ  โดดสูง  จูงค่าง  ผีเข้าเจ้าสิง  ถ้าจริงหาย  กันจิตคิดวิกล  ด้วยอุปาทาน  กันมนตยายำ  ย่ำยีด้วยเล่ห์กลมายา  สารพัด 
อุปาทานอันวิกลพิการแล

คาถาเสกเบี้ยแก้

ตั้งนะโม  3  จบ  เสร็จแล้วให้ตั้งธาตุ
นะ  มะ  พะ  ทะ  ( 3  จบ )
จะ  ภะ  กะ  สะ  ( 3  จบ )
เมื่อตั้งธาตุเสร็จแล้ว  ให้ภาวนาคาถา  3  จบ  ดังนี้

“ อะสิสะติ  ธะนูเจวะ
สัพเพเต  อาวุธานิจะ
ภัคคะ  ภัคคาวิจุนนานิ
โลมังมาเม  นะผุสสันติ ”

สู้ไว้ข้างหน้า  ไม่กล้าไว้ข้างหลัง  เมตตามหานิยมไว้ขวา  กันอาวุธศาสตราไว้ซ้าย  แขวนคอ  แก้ลมเพลมพัด  อัมพาต  แขน  ขา  ปาก  คอ  หลัง  ลิ้นกระด้าน  ถอนคุณไสยรูปรอยลงบนใบหมอน  คลึงแป้งถอนคุณ  คลึงปูนถอนพิษ  ถอนเสา   ถอนพระภูมิ  ศาลเจ้า  เจว็ด  เสมา  กำแพง  เสกภาวนา  สมุหเนยยะ  สะมุหะนะติ  สะสุหะคะโต  สีมาคะตัง  พันธะเสมายัง  สะมุหะนิตัพโพ  เอวังเอหิ  นะเคลื่อนโมถอน  พุทคลอน  ธาเคลื่อน  ยะเลื่อนหลุดลอย  สวาหะ 

“ โลปุสุ  สะวิพุ  สังภะอะ ”  ว่าแต่นารายณ์ถวายจักร  7  ที
ภาวนาก่อนใช้  อะสัง  วิสุ  โล  ปุสะพุภะ  พุทธะสังมิ  อิสะวาสุ
เอา ดอกไม้หลากสี  ดอกพุทธรักษา  ธูป  เทียนบูชา  อธิษฐานด้วยขันน้ำมนต์  และอธิษฐานเอาตามใจเถิด  แล้วภาวนาต่ออายุ  สะธะวิปิ  ปะสะอุ  3  ที
บทสักกัตตะวาด้วยก็ดี  ผูกขอดชายผ้ากันปืน
อะนิทัสสะนะอัปปะติ  ลั่นไกมิออก
อะนิทัสสะนะอัปปะติคา  ลูกมิออกลำกล้อง
อะนิทัสสะนะอัปปะติคายะ  ลำกล้องแตก
ภาวนาอภัยกรรม  ให้คนเกลียด  เดียด  โกรธ  เพ่งโทษ  จองเวร  ให้หายพยาบาทพยาเวร  ต่อแล้วดี  กันหายกัน  แล.
“ นะเมตตาจะมหาราชา  อะเมตตาจะมหาเสยส  อุเมตตาจะมหาชะนา  สัพพะสิเนหา  จะปชิตาสสัพพะสยัง  จะมหาลาภัง  ราชาโกธังวินัสสันติ  ชะนาโกธัง  วิสัสสันติ  สัพพะโกธัง  วินัสสันติ ” 

วิธีใช้เบี้ยแก้ 

ตั้งนะโม  3  จบ
อิ ติปิโส  ภะคะวา  ยาตรายามดี  ได้ยามพระศรี  สวัสดีลาโภ  นะโมพุทธายะ  แล้วสวดคาถาหัวใจต่อ  อะสัง  วิ  สุ  โล  ปุ  สะ  พุ  ภะ  พุท  ธะ  สังมิ  อิสวาสุ
            
“ เบี้ยแก้ ”  นับแสนตัวของหลวงปู่เจือที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ  ก่อเหตุการณ์นานาประการอันน่าอัศจรรย์มากมาย  มีคนเดินทางไปไต่ถามหลวงปู่เจือกันมากว่า  เบี้ยของหลวงปู่ดีทางไหน  หลวงปู่ได้แต่เมตตาไม่เคยคุยโม้โอ้อวด  นอกจากรอยยิ้ม  หรืออย่างมากก็บอกว่า “ ลองเอาให้ใช้ดู ”  มีบางรายกระเซ้ากระซี้อยากให้หลวงปู่ตอบว่าดีอย่างไร  ใช้อย่างไร  หนัก ๆ  เข้าจนหลวงปู่นึกอะไรไม่ทราบได้  ท่านกระซิบแผ่วเบาด้วยความเมตตาตอบกับผู้นั้นไปว่า  “ ไม่รู้  ฉันก็ไม่เคยใช้  ได้แต่ทำ ”

วัดกลางบางแก้ว ๑๑๓ หมู่ที่ ๒ ตำบลนครชัยศรี  อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
รหัสไปรษณีย์ ๗๓๑๒๐ ริมแม่น้ำท่าจีน
© 2010 Copyrigth. Watkbk.com All rigths reserved.